เอลเลียตต์ ยิงประตูแรก

เอลเลียตต์ ยิงประตูแรก ใน พรีเมียร์ลีก ที่ แอนฟิลด์ อุทิศให้ผู้มีพระคุณที่ล่วงลับ

เอลเลียตต์ ยิงประตูแรก

ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ มิดฟิดล์ดาวรุ่งพุ่งแรง ของทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ได้ออกมาเปิดใจทั้งน้ำตา หลังจากที่เขาสามารถยิงประตูช่วยต้นสังกัด ให้คว้าชัยชนะเป็นเกมแรกของฤดูกาล 2022-23 เหนือทีมน้องใหม่อย่าง บอร์นมัธ ไปได้ถึง 9-0 โดย เอลเลียตต์ นั้นได้เปิดเผยว่าสกอร์ที่เขาทำได้ ขออุทิศให้กับคุณยายผู้เลี้ยงดู ที่เพิ่งจะล่วงลับก่อนเกมดังกล่าวไปไม่กี่วัน

 เอลเลียตต์ เป็นผู้ที่ทำประตูที่ 2 ให้กับทีมหงส์แดง จาก 9 ประตูที่ได้มาในการแข่งขันที่ แอนฟิลด์ ช่วง 3 ทุ่ม (ตามเวลาประเทศไทย) โดยตัวกองกลางลูกหม้อรายนี้ ได้โอกาสยิงไกลนอกกรอบเขตโทษ จากการรับบอลเก็บตกของ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ซึ่ง เอลเลียตต์ ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ด้วยการตัดสินใจที่เด็ดขาดซัดบอลด้วยความรุนแรง เข้ากรอบประตูไปอย่างสวยงาม

 ซึ่งหลังจากที่ เอลเลียตต์ ทำสกอร์นี้ได้ เจ้าตัวก็แสดงอาการดีใจด้วยการวิ่งไปที่อัฒจันทร์แฟนบอล ก่อนที่จะคุกเข่าลง และปลดปล่อยอารมณ์ของตัวเองด้วยการมองขึ้นไปบนฟ้า ซึ่งตัวของ เอลเลียตต์ ก็ได้อธิบายว่า ในตอนนั้นเขากำลังคิดถึง และสำนึกบุญคุณของคุณยายของตัว ที่ได้เลี้ยงดูเขามาให้เติบโต แต่วันนี้ยายของเขานั้น ก็ไม่ได้อยู่ดูเขาทำประตูสำคัญในเกมนี้อีกต่อไป

 เอลเลียตต์ ได้เปิดใจความรู้สึกของตัวเอง ที่สามารถทำประตูได้ กับทางช่อง TV ของสโมสรอย่าง LFCTV ไว้ว่า “ใช่ มันเป็นประตูที่พิเศษจริงๆ ยายของผมถึงแก่กรรมไปเมื่อไม่กี่วันก่อน ซึ่งประตูนี้มันก็เพื่อเธอจริงๆ และที่สำคัญไปกว่านั้น ก็คือเราได้ 3 แต้ม” ซึ่งเมื่อ เอลเลียตต์ พูดประโยคนี้จบ เจ้าหนูวัย 19 ปี ก็ได้หลั่งน้ำตามลูกผู้ชายออกมา

เอลเลียตต์ ยิงประตูแรก ใน พรีเมียร์ลีก ที่ แอนฟิลด์

“บ๊อบบี้ (ฟีร์มิโน่) เป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยม และมันเป็นสิ่งที่ดีจริงๆ ที่ผมได้ร่วมเล่นกับเขา เขาไม่เคยเห็นแก่ตัวเลยสักครั้ง และสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ มันก็มาจากความมั่นใจของเขา ซึ่งมันเป็นอะไรที่เหลือเชื่อมากๆ เลย”

 “ผมไม่คิดว่า เราจะเบาใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในครึ่งแรกได้มากนัก (ลิเวอร์พูล นำ 5-0 ก่อนพักครึ่งเวลา) เราจำเป็นที่จะต้องออกไป ทำผลงานให้ดีอีกครั้ง และเหล่าผู้เล่นก็แสดงให้เห็นว่า เราทำประตูที่ดีได้อย่างมากมาย แต่เราก็ไม่สามารถที่จะนั่งเฉยๆ และเบาใจกับช่วงเวลาในครึ่งแรกได้”

 “เราต้องออกไปแสดงให้โลกได้เห็น รวมไปถึงแฟนๆ ว่าเราคือ ลิเวอร์พูล และในวันนี้พวกเราก็ทำผลงานในแบบที่เราเป็นได้สำเร็จ ตอนนี้้เรากลับมาเข้าสู่ช่วงแห่งความวุ่นวายแล้ว ผมคิดว่าการฟื้นตัวของเรา เป็นเรื่องที่สำคัญ สำหรับการที่เราต้องลงเล่น 3 เกม ใน 1 สัปดาห์”

 “เราต้องก้าวต่อไป และใช้ผลงานในวันนี้เป็นแรงขับเคลื่อน แต่เราก็ไม่ควรที่จะต้องตื่นเต้นมากจนเกินไปนัก เพราะการเจอ นิวคาสเซิล มันจะเป็นเกมที่ยากอีกเกมหนึ่ง จากนั้นการเจอกับ เอฟเวอร์ตัน ก็เช่นเดียวกัน เรามีเกมที่ยากหลายเกม ทุกทีมที่เราต้องเจอใน พรีเมียร์ลีก นั้นยากเสมอ แต่มันก็ถือว่ามันเป็นจุดที่เรากลับมาได้ เราต้องการที่จะทำให้มั่นใจว่า เราจะยังคงทำผลงานแบบที่เราแสดงในวันนี้ ได้ต่อไป”

 ในเกมนี้ เอลเลียตต์ ที่นอกจากจะสามารถยิงประตูได้แล้ว เจ้าตัวยังถือเป็นผู้เล่นคนสำคัญในแดนกลางของ ลิเวอร์พูล ในการทำหน้าที่คอยขับเคลื่อนเกม ร่วมไปกับสตาร์รุ่นพี่อย่าง ฟาบินโญ่ และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน แม้ว่าทีมหงส์แดง จะต้องขาดผู้เล่นตัวหลักหลายคนอย่าง ติอาโก้ อัลคันทาร่า, นาบี เกอิต้า, เคอร์ติส โจนส์ และอเล็กซ์ อ็แกซ์เลด-เชมเบอร์เลน แต่การเล่นของ เอลเลียตต์ ในวันนี้ ก็สามารถก้าวขึ้นมาทำผลงาน ทดแทนเหล่าผู้เล่นซีเนียร์ ได้ทัดเทียมอยู่พอสมควร

 ลิเวอร์พูล สามารถขยับขึ้นมารั้งอยู่ในอันดับที่ 8 ของตาราง พรีเมียร์ลีก ได้ในตอนนี้ ด้วยการลงเล่น 4 นัด มี 5 คะแนน โดยในเกมนัดต่อไป พวกเขาจะต้องลงเล่นในเกมนัดกลางสัปดาห์ ด้วยการเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของทีม “สาลิกาดง” นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด และหลังจากนั้นอีกเพียงแค่ 2 วัน ลิเวอร์พูล จะต้องลงแข่งอีกครั้ง ในการไปเยือนถิ่น กูดิสัน ปาร์ค ทำศึก “เมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้” พบกับคู่แข่งร่วมเมืองอย่าง เอฟเวอร์ตัน นั่นเอง

อ่านข่าวเพิ่มเติม