ฟานไดจ์ค ยืนจ้อง ซานโช่

ฟานไดจ์ค ยืนจ้อง ซานโช่ ไมกาห์ ริชาร์ดส์ งง เป็นอะไรที่แปลกสำหรับระดับโลก สมัครสมาชิก รับเครดิตฟรี

ฟานไดจ์ค ยืนจ้อง ซานโช่

ไมกาห์ ริชาร์ดส์ อดีตปราการหลังทีมชาติอังกฤษ และ แมนฯ ซิตี้ ได้ออกโรงวิจารณ์ฟอร์มการเล่นของ เวอร์จิล ฟานไดจ์ค แนวรับระดับเวิลด์คลาสของทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ว่าดูค่อนข้างที่จะเล่นอย่างประมาท จนทำให้ทีมของตัวเอง ต้องพบกับการเสียประตูแรกให้กับทีมคู่แข่งอย่าง “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกม พรีเมียร์ลีก นัดคืนมันเดย์ไนท์ ที่ ลิเวอร์พูล บุกไปแพ้ในสกอร์ 2-1 ที่สนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด

 ลูกทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ออกสตาร์ทเกม “แดงเดือด” หนนี้ได้อย่างยากลำบากไม่น้อย ด้วยการที่พวกเขาต้องมาโดนยิงขึ้นนำตั้งแต่ช่วงต้นเกม จากการโชว์ทักษะอันเหนือชั้นของทาง จาดอน ซานโช่ ที่สามารถหาจังหวะยิงประตู ด้วยการหลอกบรรดาแนวรับของ ลิเวอร์พูล ให้เกิดความสับสน และก็ยิงบอลผ่านมือ อลิสัน เบ็คเกอร์ เข้าไปได้อย่างสวยงาม

 ซึ่งในจังหวะนี้ ผู้เล่นที่ดูจะถูกวิพากษ์ วิจารณ์ และดูจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ ทีมหงส์แดงต้องเสียประตู นั่นก็คือ ฟาน ไดจ์ค ที่เจ้าตัวนั้นเป็นคนที่ยืนขวางทาง ซานโช่ อยู่หน้ากรอบประตู แต่เซ็นเตอร์แบ็คทีมชาติฮอลแลนด์ผู้นี้ ก็กลับเลือกที่จะยืนจดจ้อง ด้วยการเอาแขนทั้งสองข้างของตัวเอง ทำการไขว้หลังไว้เฉยๆ แทนที่จะสิ่งปรี่เข้าไปขัดขวางการทำประตูในจังหวะนั้นแทน

 ซึ่งจากประตูดังกล่าวนี้ ก็เหมือนกับการจุดประกายความหวังให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้มีโมเมนตั้มในการที่จะสามารถเป็นผู้ชนะในเกมนี้ได้ แต่สำหรับฝั่งของ ลิเวอร์พูล ก็ดูจะเกิดประเด็นขึ้นเล็กน้อย เมื่อรองกัปตันอย่าง เจมส์ มิลเนอร์ ก็ดูจะไม่ค่อยพอใจ กับวิธีการเล่นในลักษณะนี้ของ ฟาน ไดจ์ค เสียเท่าไหร่นัก

 ริชาร์ดส์ ในฐานะที่เป็นกูรูนักวิเคราะห์ ก็ได้ทำการพูดถึงฟอร์มการเล่นของ ฟาน ไดจ์ค ที่เกิดขึ้นในเกมนี้ ผ่านทาง BBC 5 Live ไว้ว่า “ตอนที่ผมได้ดูคลิปเหตุการณ์ และผมก็ได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่าง มิลเนอร์ และ ฟาน ไดจ์ค ในตอนนั้น ซานโช่ มีเวลามากถึง 3-4 วินาที ในกรอบเขตโทษ ที่จะเลือกว่าเขาจะยิงบอลไปที่จุดไหนของประตู”

ไมกาห์ งง ฟานไดจ์ค ยืนจ้อง ซานโช่

“และ ฟาน ไดจ์ค ก็ยืนโดยเอาแขนของตัวเองไขว้หลังไว้ ซึ่งนั่นมันดูไม่ใช่ตัวเขาเลย โดยปกติเขามักเป็นคนที่ครองความได้เปรียบเสมอ เขาอ่านเกมได้ดี และเขาก็จะเข้าไล่ ซานโช่ ออกไป แต่เขากลับทิ้งระยะพื้นที่ว่างให้ห่างออก และผมรู้ดีว่าทุกๆ คนอาจจะโทษไปที่ มิลเนอร์ ว่าทำไมเขาถึงต้องล้มลงไปนั่งแบบนั้น แต่ ฟาน ไดจ์ค คือคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น”

 “มันเป็นการเล่นเกมรับที่แปลกเอามากๆ เราทุกคนรู้ดีว่า ฟาน ไดจ์ค มีอาการบาดเจ็บ แต่พวกเขาสามารถเป็นทีมที่ดีขึ้นเสมอ เมื่อมีเขาอยู่ในสนาม แต่ความผิดพลาดแบบนี้ มันดูไม่ใช่เรื่องธรรมดาสำหรับเขาเลย และผมแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เขาทำ ซึ่งสิ่งที่ผมได้เห็นจากกองหลังระดับเวิลด์คลาสเล่นแบบนี้ มันเป็นอะไรที่แปลกมากที่ได้เห็นมัน”

 ส่วนทางนายใหญ่อย่าง คล็อปป์ ก็ได้พูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกทีมของเขา หลังจากโดน แมนฯ ยูไนเต็ด ของ เอริค เทน ฮาก ทำเกมสู้พวกเขาได้อย่างสูสี โดยโค้ชชาวเยอรมัน กล่าวผ่าน BBC Sport ไว้ว่า “จุดเริ่มต้นของเกม มันเป็นอะไรที่ทุกๆ คนนั้นคาดหวังไว้ โดยเฉพาะกับแฟนๆ ของ แมนฯ ยูไนเต็ด พวกเขาไล่หลังเรามาติดๆ”

 “พวกเขาเริ่มต้นได้อย่างดุดันมากกว่าฝ่ายของเรา พวกเขาสามารถเล่นเกม ในแบบที่พวกเขาต้องการได้มากกว่า ที่เราต้องการจะให้เป็นไปได้”

 “พวกเขาทำสกอร์ได้ ซึ่งเราก็ดูจะมีวิธีในการตั้งรับที่แตกต่างจากที่เราเคยทำ แต่นั่นก็คือที่มาของการได้ประตู ในส่วนที่ 2 ของครึ่งแรกเราเริ่มที่จะกลับมา และทำให้พวกเขามีปัญหาได้ เรามีโอกาสในการเข้ามามากมาย”

 “ช่วงพักครึ่ง เราได้ทำให้เหล่าผู้เล่นของเรา รับรู้ถึงสถานการณ์ที่เราสามารถทำได้ดี และพวกเขาจะต้องทำแบบนี้ให้ได้อีกครั้ง แต่หลังจากนั้น เราก็มาเสียประตูที่ 2 และเราต้องเป้นฝ่ายที่ไล่ตามในทันที และมันก็บีบให้เรานั้นต้องเล่นกันอย่างเร่งรีบมากขึ้นเล็กน้อย”

 “เราทำประตูได้ และเราสมควรที่จะได้รับในช่วงเวลานั้น และหลังจากนั้นเราพยายามที่จะทำให้ได้อีก เราพยายามแล้ว และสุดท้ายก็ต้องยอมรับว่ามันยังไม่ดีพอ และนั่นคือสาเหตุที่เราต้องพ่ายแพ้

อ่านข่าวอื่นๆ

ดูรีวิวเกม รับเครดิตฟรี